Gin+Ran Fic ... A path to nowhere ...
posted on 26 Apr 2008 17:57 by little-violet-pussyA PATH TO NOWHERE...
Part [I]
ณ เมืองคาราคุระ
ท่ามกลางเสียงโลหะที่กระทบกัน เสียงตะโกนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงเนื้อกายที่ฉีกขาด เสียงของร่างที่ล้มลงบนพื้นซึ่งอาบไปด้วยของเหลวหนือข้นสีแดงฉาน ในกลางดึกคืนหนึ่ง ที่ไม่มีแม้มนุษย์ผู้ใดจะสามารถสดับรับฟังได้ หญิงสาวผู้ซึ่งมีเรือนผมอันโดดเด่นกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้
เธอยังตายไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้ แม้ว่าดวงตาสีฟ้าเป็นประกายข้างหนึ่งของเธอแทบจะมองไม่เห็นแล้วก็ตาม
"ข้าจะตายที่นี่ ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด" เธอคิด
ใช่แล้ว เธอยังมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ และเรื่องบางอย่างที่เธออยากจะทำด้วย ...ลึกลงไปในความคิดนั้น ยังมีเหตุผลที่ไม่อาจบอกกล่าวได้อยู่
เพียงอึดใจ หญิงสาวได้ตระหนักว่ารอบๆกายเธอตอนนี้มีแต่ซากศพที่ไร้วิญญาณ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่เหลืออยู่เลย ดังนั้น เธอจึงเริ่มมองหาพวกพ้องของตนที่อาจยังมีชีวิตรอด รวมทั้งเจ้าหนูอัจฉริยะหัวหน้าหน่วยของเธอด้วย
เมื่อหญิงสาวเริ่มออกวิ่งเพื่อตามหาเพื่อนๆ ทว่าสติในการรับรู้ของเธอกลับลดน้อยลงทุกที อีกทั้งยังร่างกายที่บอบช้ำจากการต่อสู้อันยาวนาน ทุกๆย่างก้าวที่เธอวิ่งไป เธอแทบไม่รู้เลยว่าเป็นที่ไหนบ้าง สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในห้วงความนึกคิดของเธอคือจะต้องกลับไปพบกับพรรคพวกเธอให้ได้ แม้ว่ายมทูตสาวจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังกดดันวิญญาณของใครเลยก็ตาม
"โอ๊ย.. นี่ข้าอยู่ที่ไหนเนี่ย? แล้วเมื่อไหร่จะได้พบกับหัวหน้าล่ะ... ว้า~ แย่จังเลย T-T' "
ตอนนี้ ขาของเธอเริ่มอ่อนแรงลงแล้ว หญิงสาวค่อยๆ ลดความเร็วและหยุดลงในที่สุด
"ตายแล้ว นี่ข้าหลงทางจริงๆหรือนี่! ทั้งๆ ที่อยู่ที่นี่มาได้ซักพักนึงแล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังหลงได้อีกล่ะเนี่ย... หัวหน้าต้องเอ็ดเอาแน่ๆเลย ขอโทษน้าค้า ข้าไม่ได้ตั้งใจจะอู้งานน้า... เฮ้อ~ ข้านี่มัน..."
"แก่ขนาดนั้นเชียว?"
"!?!"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูของใครบางคนช่วยจบประโยคให้เธอ หญิงสาวรู้ดีว่านั่นมิใช่เพื่อนของเธอ แต่นั่นเป็น... ศัตรู
"เจ้า.. อิชิมารุ งิน!!"
เธอเอ่ยขึ้น เมื่อร่างของเจ้าของคำพูดยั่วโทโสนั่นปรากฎออกมาจากเงาไม้ที่เร้นกายเขาเมื่อสักครู่นี้พร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนหน้ากาก
"ช่าย~ ข้านาสิ... ราน งี้ คู จางง~ ~"
ชายหนุ่มผมสีเงินผู้มีหน้าตาเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกก็ไม่ปาน ขานตอบน้ำเสียงไม่ไว้วางใจของเธอ
หญิงสาวเข้าใจเหตุการณ์ในขณะนี้ดีว่า นี่คือสงคราม ...และเธอคงจะต้องตายในไม่ช้า เธอจึงกระชับไฮเนโคะในมือให้แน่นยิ่งขึ้น เตรียมพร้อมที่สู้...ครั้งสุดท้าย เธอรู้นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเธอ เธอจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อพวกพ้อง แต่เพื่อตัวเธอเอง ถึงแม้เมื่อครู่นี้เธอตั้งใจจะกลับไปหาเพื่อนๆ แต่นั่น ก็ไม่ใช่เหตุผลสุดท้ายที่เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อ... โอกาส มาถึงแล้ว
"สบายดีมั้ย? รันงิคุ"
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Part [II]
"สบายดีมั้ย? รันงิคุ"
ข้าไม่ได้ต้องการแบบนี้ซักหน่อย....
ชายผมเงินบอกกับตนเอง พยายามฉุดรั้งการกระทำที่ขัดแย้งกับความคิดของตน เขาไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้นี้ เขารู้ดีว่าไม่ควร แต่... เขาหยุดไม่ได้...
ใช่ เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า หากได้พบกับเธออีก ทุกสิ่งที่เขาได้วางแผนเอาไว้จะต้องผิดไปจากทางของมัน ภายในใจเขา เสียง 2 เสียงกำลังสู้รบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงหนึ่งคือเหตุผล อีกเสียงหนึ่งคือความต้องการ
และแล้ว สงครามในจิตใจเขาก็สิ้นสุดลง... เขาแพ้... แม้เหตุผลนั้นจะแข็งแกร่งเพียงไหน แต่ก็ไม่อาจเอาชนะความรู้สึก......ความต้องการ ของเขาได้
หญิงสาวตรงหน้าเขาช่างงดงาม และน่ายวนใจยิ่งนัก แม่ว่าสภาพร่างกายของเธอตอนนี้จะเต็มไปด้วยคราบเลือดและความเหนื่อยอ่อน แต่เธอก็ยังคงสมบูรณ์แบบในสายตาเขา เธอช่างงดงามเสียจนชายเลือดเย็นผู้นี้มิอาจหักห้ามใจได้
"ว่าไง...? เจ้าสบายดีหรือเปล่า รันงิคุ?"
ในที่สุดหญิงสาวก็ขานตอบ หลังจากที่ประหลาดใจกับคำถามที่ไม่คู่ควรกับสถานการณ์เช่นนี้
"ก็สบายดี... เจ้าเองก็ดูท่าจะมีความสุขดีสินะ"
เขารู้ เธอโกหก
"ก็ดีอ่นะ แต่ว่าน่าเบื่อนิดหน่อย.."
เขารู้ เขาโกหก
โลกเบื้องล่างนั่นไม่ได้น่าเบื่อนิดหน่อย แต่มันน่าเบื่อหน่ายเป็นอย่างมากสำหรับจิ้งจอกขี้แกล้งตนนี้ วันเวลาที่เขามีอยู่ ณ ที่แห่งนั้น หมดไปกับการประชุม กิน นอน ประชุม แอบดูผู้บุกรุก และ โหยหาใครบางคน
ใครคนนั้น ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้
"งั้นเรอะ น่านสินะ.. มันก็ต้องดีอยู่แล้วล่ะ ในเมื่อเจ้าเลือกเองนี่นา"
ข้าไม่ได้เต็มใจที่จะไป!!!
เขาอยากตะโกนคำพูดนี้ออกมาใจจะขาด แต่ว่า เขาต้องไม่แลกสิ่งสำคัญกับความเห็นแก่ตัวเพียงเล็กน้อย
เขาต้องอดทน เขาได้ก้าวพลาดไปก้าวนึงแล้ว
"อืม.. ถ้าเจ้ามีธุระแค่นี้ ข้าก็ขอตัวก่อนล่ะ ข้ากำลังรีบ"
"ไม่! เดี๋ยวสิ!!" เขาเผลอทำหน้ากากหล่นซะแล้ว...
ความต้องการของเขาปะทุขึ้นอีกครั้ง ความต้องการในตัวเธอ ซึ่งได้เอาชนะเหตุผลในตัวเขาอย่างถาวรเป็นแน่แท้
เขาไม่อยากได้แต่ฝันถึงเธออีกต่อไป... เขาต้องการให้เธออยู่กับเขา ตรงนี้
"ทำไมล่ะ? หรือเจ้าต้องการจะสู้กับข้า!?"
"ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าเปล่า.."
"งั้นเจ้าจะรั้งข้าไว้ทำไม?"
ชายหนุ่มอยากจะเอื้อมมือไปโอบกอดเธอไว้เดี๋ยวนี้ อยากสัมผัสผิวเนียนนุ่ม เรือนผมสีทองเป็นประกาย จ้องมองดวงตาสีฟ้าสดใสที่ท้องฟ้าในฮูเอโก้ มุนโด้ไม่อาจลอกเลียนได้ อยากจะดึงตัวเธอเอามาไว้ในอ้อมแขน อยากที่จะสูดกลิ่นกายของเธอ หญิงสาวที่เขาเฝ้าโหยหามาตลอด อยากจุมพิตมืออบอุ่นนั้น ที่เคยจับกุมเขาไว้ก่อนที่เขาจะจากลาเธอไป
"อย่ามาโอ้เอ้ ข้าไม่ว่าง!"
น้ำเสียงกึ่งไม่พอใจหยุดความคิดนั้นไว้
"แต่ข้าอยากพบเจ้านี่... "
นี่ เป็นครั้งแรกที่เขาพูดในสิ่งที่ใจเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ
"ข้าเหงานะ... เจ้าคงไม่รู้หรอกว่า ตอนที่พวกมนุษย์และยมทูตลงไปเพื่อช่วยเด็กสาวคนนั้น ข้าก็หวังว่าเจ้าจะลงไปที่นั่นด้วย"
"แต่ข้าก็ไม่ได้ไป แล้วข้าก็ไม่เคยคิดที่จะไปด้วย"
เธอพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว.... เขาขอให้เป็นเช่นนั้น
"ทำไมล่ะ ปกติเจ้ามักจะตามหาข้าเสมอนี่นา.. "
จิ้งจอกสีเงินนีกขึ้นได้ ที่เขาต้องไปอยู่ในที่ไกลแสนไกลนั่น ก็เพื่อที่เธอจะตามเขาไปไม่ได้ ...น่าสมเพชจริง เขานึกตำหนิตัวเอง
หญิงสาวไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่กลับจ้องเข้าไปในดวงตาสีเทาดุจน้ำแข็งของเขาที่กำลังลืมกว้าง เพื่อดื่มด่ำกับภาพของผู้หญิงที่เขาปรารถนาอยากให้เธอมีความสุข
ราวกับเวลาได้หยุดนิ่งไป เสียงของใบไม้ที่ปลิวล้อไปตามกระแสลมที่โบกพัดในยามราตรีดูเหมือนจะไม่มีตัวตน แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ที่เขาและเธอจะสามารถหยุดทุกสิ่งซึ่งวุ่นวานสับสนลงได้ แม้ในช่วงสั้นๆ .... เขารู้ เธอรู้ และ เธอก็รู้ว่าเขารู้ .... รู้ว่า การคิดถึงใครสักคนมันทรมานขนาดไหน
ในที่สุด ปิศาจตนนี้ก็ไม่อาจยับยั้งความเห็นแก่ตัวของมันได้อีก เขาเดินเข้าไปใกล้ตัวเธอ พลางเอื้อมมือเรียวยาวไปยังใบหน้าอ่อนหวานเพื่อปลอบโยนหญิงสาว ซึ่งตอนนี้ถูกทำให้หม่นหมองด้วยความเศร้าและน้ำตาของเธอเอง
เขาดีใจ ที่เธอไม่ได้ขยับหนี ชายหนุ่มจึงค่อยๆ โอบแขนผอมแต่แข็งแรงรอบตัวเธอ แล้วดึงร่างกายบอบบางนั้นเข้ามาไว้แนบกาย
มีแค่เสียงลมหายใจของเธอเท่านั้นที่เขาได้ยิน
สัมผัสของเธอยังคงอบอุ่นและหอมหวานเหมือนที่เขาเคยรับรู้ในอดีต ...เมื่อนาน มาแล้ว
"ข้า.. คิดถึงเจ้าเหลือเกิน รันงิคุ...."
".............ข้าก็เช่นกัน..........."
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Part [III]
ปิศาจจิ้งจอกสีเงินตนนี้ช่างสุขล้นเสียจริง
มันจะไม่ยอมปล่อยมือนี้เด็ดขาด แม้ว่าทุกสิ่งทุกย่างที่เคยวาดไว้ พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อได้เห็นหยาดน้ำใสจากดวงตาคู่นี้
........The moment I saw you cry........
ชายหนุ่มผมเงินกระชับอ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไป... แล้วก้มหน้าลงไปยังข้างแก้มสีชมพูระเรื่อของเธอพร้อมสูดหายใจเข้าเต็มปอด เพื่อซึมซับฟีโรโมนกลิ่นโปรดที่เขาไม่ได้สัมผัสมานาน
........My arms won't free you, and my heart won't try........
"รันงิคุ.. ของข้า... "
เปลือกผิวบอบบางและอ่อนนุ่มบนใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งเมล็ดข้าวก่อนที่ช่องว่างนั้นจะหายไปกับการประทับรอยแห่งความสเน่หา....
.......You give me something that makes my scare alright........
ช่วงเวลาหนึ่ง เขามั่นใจว่าเธอก็ต้องการเขาเช่นกัน แต่แล้ว... เธอกลับปัดป้องเขาออกไป
"ระ.. รันงิคุ??"
หญิงสาวผลักตัวเจ้าปิศาจจิ้งจอกออกไปอย่างสุดกำลัง เธอปฏิเสธที่จะปล่อยให้ความรู้สึกเข้าครอบงำเธอ เธอรู้.. ว่ามันเป็นไปไม่ได้
"ทำไมกัน!?" เจ้าจิ้งจอกไม่อาจเข้าใจได้
"ข้ารู้ว่ายังไงซะ เจ้าก็ต้องไปจากข้าอีกอยู่ดี ข้าไม่อยากที่จะต้องทนกับความเจ็บปวดอีกครั้ง.. "
........An abandon cat was picked up for being abandon, again........
"เจ้ากำลังเข้าใจผิดนะ จริงๆ แล้ว ข้า..... "
เขารู้ดีว่าไม่ควรพูดมันออกไป ชายหนุ่มจึงไม่ได้พูดต่อ ปล่อยให้ความเคลือบแคลงสงสัยในใจเธอยังคงวิ่งวนไปเรื่อยๆ
"ฮึ! เจ้าก็ตอบข้าไม่ได้ อะไรกัน.. เจ้าเห็นข้าเป็นอะไรงั้นรึ? ทำไม........................ ข้าล่ะเกลียดเจ้านัก.. งิน!! "
จิ้งจอกหนุ่มหลับตาลงอีกครั้ง เพื่อลบใบหน้าอันรวดร้าวของเธอออกจากภาพที่เขามองเห็น... เขาเอง ก็เจ็บปวดเช่นกัน... ตอนนี้เขาแค่อยากโอบกอดเธอไว้ให้นานที่สุดก็เท่านั้น.... แค่นั้น จริงๆ
........All you have to do is close your eyes, and just reach out your hand and touch me. Hold me close, don't ever let me go........
"ข้าขอโทษ............ข้าขอโทษ.. "
มีแค่นี้เองรึที่ข้าพูดเป็น ชายผมเงินเสียใจกับคำแก้ตัวงี่เง่าที่ใช้อ้างกับเธอ ครั้งแล้ว... ครั้งเล่า...
และแล้ว เวลาที่หยุดนิ่งก่อนหน้านี้ก็ทำงานของมันต่อ เสียงของลม ต้นไม้ เสียงผู้คนที่กำลังปะทะกันในที่ที่ไกลออกไปกลับเข้ามาอื้ออึงอยู่ในโสตประสาทของทั้งคู่อีกครา
"ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อนนะ รันงิคุ......"
เขาฝากหน้ากากของเขาไว้กับเธอ และจากไปโดยสวมรอยยิ้มแสนเศร้า... รอยยิ้มจริงๆ ให้เธอแทน
........I don't want to run away, but I can't take it. I don't understand........
เมื่อรูปร่างของชายหนุ่มผมสีเงินจางหายไป ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวผู้ซึ่งหัวใจแตกสลายยืนอยู่เพียงลำพัง เธอก้มหน้าลง แล้วพูดกับบุคคลที่เพิ่งเดินจากไปว่า...
"อย่าปล่อย...ให้ข้าปล่อยเจ้าไปสิ.. เจ้าจิ้งจอกงี่เง่า "
........Don't let me let you go........
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Part [IV]
สายลมเอื่อยเฉื่อยในวันที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ทำให้หญิงสาวผู้มีอารมณ์แปรปรวนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเป็นเท่าตัว
"โอ๊ย! ทำไมมันร้อนอย่างนี้น้า เพิ่งจะสายเองแท้ๆ นี่มันหน้าหนาวจริงๆ เหรอเนี่ย.. --*-- "
"แหม ทำไงได้ล่ะจ๊ะ ก็พวกมนุษย์น่ะทำให้โลกร้อนขึ้นทุกวันๆ เลยนี่นา คุณมัตสึโมโตะ"
สตรีท่าทางสงบเสงี่ยมผู้มีเรือนผมยาวสีดำขลับ รวบไว้เป็นเปียใหญ่ด้านหน้าของเธอ กล่าวตอบสาวรุ่นเยาว์กว่าอย่างให้เหตุผลในขณะที่เพิ่งเดินพ้นประตูเข้ามาเงียบๆ
"คุณอุโนฮานะ! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?" หญิงสาวรุ่นน้องถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"ก็เพิ่งมาถึงเองจ้ะ"
"แล้วไม่ไปพักผ่อนก่อนเหรอคะ?"
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ตาเป็นยังไงบ้าง?"
"อ๊ะ เอ่อ... ก็... "
หญิงสาวผมทองแกมแสดยกมือขึ้นแล้วใช้ปลายนิ้วเรียวของเธอค่อยๆคลำบริเวณเบ้าตา
ขณะนี้เธอได้กลับมายังเซย์เรเทย์เพื่อเข้ารับการรักษาดวงตาและอาการบาดเจ็บของเธอ จึงจำต้องพักอยู่ที่หน่วย 4 สักระยะ แม้ว่าสงครามที่โลกมนุษย์จะยังไม่ยุติ
"ก็ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ ยังเบลอๆอยู่บ้างแต่ไม่เจ็บแล้วค่ะ"
"เหรอ งั้นก็ดีแล้ว"
หญิงวัยกลางคนยิ้มให้เธออย่างโล่งใจ พลางยกถาดยาขึ้นและกำลังจะเดินออกจากห้อง นักสู้สาวเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า
"เอ่อ.. เดี๋ยวค่ะ แล้ว..นี่ข้ายังต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเหรอ? ข้าหายแล้ว ข้าจะกลับไป......"
เจ้าของไข้เธอหันกลับมาทันทีด้วยรอยยิ้มบางๆที่ริมฝีปากซึ่งดูแล้วเหมือนแสยะยิ้มมากกว่า
"ต้องขออภัยด้วย คือว่าท่านหัวหน้าหน่วยฮิทสึงายะกำชับข้าไว้ว่า ให้คุณมัตสึโมโตะพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อนจนกว่าจะหายดีค่ะ"
"ว้า~ อะไรกัน.. หัวหน้านี่........"
ยมทูตสาวหันไปบุ้ยปากบ่นพึมพำกับตัวเองเหมือนเด็กๆ ที่โดนขัดใจ แต่ไม่นานนักเธอก็หยุดการกระทำนั้นเมื่อได้ยินผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น
"ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ คิดซะว่าเป็นวันหยุดก็แล้วกัน..."
"แต่ว่า...."
"...จะออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือที่ไหนก็ได้แต่ไม่ใช่บนโลก แล้วก็ต้องกลับมาภายในเย็นนี้เท่านั้นนะจ๊ะ"
หญิงสาวเบิกตาโพลงขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อได้ฟังเช่นนั้น พอจะหันกลับไปขอบคุณคุณหมอผู้ใจดี ทว่าร่างนั้นก็ได้หายไปเสียแล้ว เธอจึงได้แต่พูดกับมวลอากาศรอบๆ ตัวเบาๆ
"ขอบคุณค่ะ.. "
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ฮ้า~ ค่อยยังชั่วหน่อย ดีกว่านั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องเป็นไหนๆ ยังดีนะที่แดดก็ไม่แรงมาก ชึ! เจ้าพวกมนุษย์ปัญญาอ่อน นี่ถ้าผิวข้าเสียล่ะก็..."
ขณะที่คิดไปเรื่อยเปื่อย หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าขาของตัวเองกำลังพาเธอไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในความทรงจำ จนกระทั่งไปสะดุดตากับสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ขนาดเล็กซึ่งถูกสร้างขึ้นมาอย่างหยาบๆ
"เอ๋~ ~ ?? นี่ข้าใจลอยขนาดนี้เชียวเหรอ เล่นเดินมาถึงลูคอนไงได้เนี่ย.. แล้วนี่ก็.....?!"
แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ทุกสิ่งที่เคยเป็นอยู่ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมราวกับภาพถ่าย ทว่า.. มีบางสิ่งบางอย่างที่ได้หายไปจากภาพใบนี้ ภาพ ของเด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน...
หญิงสาวค่อยๆ เดินสำรวจบริเวณรอบกระท่อมซึ่งไม่มีร่องรอยของการอยู่อาศัยเลย และแล้วเธอก็เคลื่อนตัวไปยังประตูทางเข้าบานเล็กๆ ของตัวบ้าน
บ้าน... ในวันวานของเธอ
"ทา - ได - หมะ....."
เอ๊ะ! นี่ข้าบ้ารึเปล่า ก็ไม่มีใครอยู่นี่นา แล้วจะพูดไปทำไมเนี่ย.. หญิงสาวนึกขำ ยิ้มให้ตัวเองเจื่อนๆ
เธอสาวเท้าเข้าไปช้าๆ ขณะที่มือข้างหนึ่งดึงบานประตูออก เผยให้เห็นห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้สักชิ้นเดียว
"ตายจริง! นี่ข้าจำได้ว่าข้าทิ้งถ้วยชาเอาไว้ด้วยนี่นา แล้วไหนจะเครื่องนอน... เก่าขนาดนั้นยังเอาอีกหรือเนี่ย..?"
แต่หญิงสาวก็ไม่ได้นึกโกรธอะไร เธอเข้าใจดีว่าที่แห่งนี้เป็นดินแดนกันดาร เหล่าวิญญาณที่อยู่ที่นี่ล้วนถูกทอดทิ้ง........ ใช่แล้ว ตัวเธอเองก็เช่นกัน....
หลังจากที่เดินทางมาหลายชั่วยามเธอจึงออกอาการเมื่อยล้า เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาถึงส่วนที่ยกระดับขึ้นเพื่อเป็นที่สำหรับพักผ่อน เธอก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนไม้กระดานซึ่งผุค่อนข้างมากแล้ว แล้วตะแคงตัวลงนอน โดยปล่อยให้ปลายขายาวๆ ของเธอแขวนห้อยอยู่เบื้องล่าง เพื่อที่ว่าน้ำหนักตัวของเธอจะได้ไม่ทำให้พื้นไม้หักโค่นลง
เจ้าหญิงนิทราผู้นี้รีบหลับตาลงทันทีเมื่อฉากเก่าๆในอดีตเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวสมอง แม้ว่าฉากที่เธอเห็นในปัจจุบันนี้จะไม่มีหิมะเย็นๆ ที่ปรอยตกลงมาด้านนอก แต่มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากเมื่อก่อนมากนัก เพราะว่า.. สิ่งสำคัญของเธอนั้นมิได้อยู่เคียงข้างเธออีกต่อไปแล้ว...
... เวลาผ่านไปนานเพียงใดเธอไม่รู้ เท่าที่รู้คือ ต่อมน้ำตาของเธอกำลังทำงาน และดูท่าทางจะหยุดไม่ได้ง่ายๆเสียด้วย
โอ๊ย! นี่ข้าต้องรีบกลับแล้วนะ เดี๋ยวคุณอุโนะฮานะจะเป็นห่วง..
ในขณะที่เธอพยายามฝืนร่างกายของตนเพื่อที่จะกลับไป เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่หน้าประตู เจ้าหญิงรีบรวบรวมสติ และลุกขึ้นได้ในที่สุด
และแล้ว.. เธอก็เห็นเงาเงาหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"งิน!?!!!"
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Part [V]
"ไม่ไหวเลยนะ ยอมให้ความรู้สึกเข้ามาครอบงำจนตัวเองต้องเดือดร้อนเนี่ย..."
ชายร่างสูงในชุดคลุมสีขาวหยุดอยู่ตรงหน้าเธอที่กำลังตื่นตระหนก
"ไอ.. ไอเซ็น?!!" ราวกับถูกตบหน้าฉาด แสงแห่งความหวังที่มีอยู่ริบหรี่กลับดับวูบลงในพริบตา
"สายตาดีนี่? สูงออกปานนั้นยังเห็นรายละเอียดได้อีก"
แม้น้ำเสียงของชายผู้นี้จะดูเหมือนพูดเล่นๆ แต่หญิงสาวรู้ดีว่าเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายยิ่งยวดที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูซึ่งเคยเป็นถึงอดีตหัวหน้าหน่วยในขณะที่ไฮเนโคะของเธอกำลังนอนเล่นอยู่ที่โรงพยาบาล และยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บดีถึงขนาดใช้ก้าวพริบตาได้
เธอรู้ว่าเขามาเพื่อสิ่งใด ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเขารู้จักที่นี่ได้อย่างไร
เป็นไปไม่ได้..... หรือว่า...!?!
ไอเซ็นพูดถูก เธอปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกมากเกินไปจนไม่ทันสังเกตว่าร่างของเธอถูกคมดาบของศัตรูพุ่งเข้าใส่ตั้งแต่ตอนไหน
"ประมาทเกินไป.." เขาพูดพร้อมดึงมุมปากขึ้น
ทันทีที่ชายผมน้ำตาลดึงดาบวิญญาณของเขากลับ หญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่บนไม้กระดานผุๆอย่างเมื่อครู่แล้ว
"งิ... งิน... บอ.. บอก งั้น..รึ... ??"
เลือดสีแดงสดที่ทะลักออกมาจากลำคอเธอทำให้การออกเสียงไม่ชัดเจน แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผลเลยซักนิด
"เขาไม่จำเป็นต้องบอกข้า ข้าก็รู้ได้"
ร่างสูงที่ยืนค้ำตัวหญิงสาวกล่าวด้วยวาจาเย็นชาแต่กลับปรากฏเมตตาเล็กๆ เจือให้เห็นอยู่ในนั้นด้วย
ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกจากกระท่อมไปก็ทิ้งท้ายอีกว่า
"ข้าไม่ต้องการให้มีสิ่งใดมาฉุดรั้งคนของข้าเอาไว้หรอกนะ"
หญิงสาวที่สติกำลังลางเลือนกลับเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่าความจริงคืออะไร เธอปิดตาลงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วอ้าปากเพื่อพูดประโยคหนึ่ง ประโยค.. ที่ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเลย แม้แต่พยางค์เดียว
"...................................................."
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"นี่.... ระหว่างของมีค่ากับของสำคัญ ถ้าให้เจ้าเลือก เจ้าอยากเป็นอะไร รันงิคุ?"
ชายหนุ่มผมเงินเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังนอนขดอยู่ในวงแขนของเขาขึ้นมาอย่างกระทันหันจนทำให้เธอหายจากอาการงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง
"เอ๋~ จู่ๆ ก็นึกถามอะไรเนี่ย?" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาแต่กลับพบเพียงใบหูที่แปะอยู่บนกรอบหน้าด้านข้างเท่านั้น
"งิน.......?"
เขาไม่ได้หันหน้ามา แต่ลุกขึ้นพลิกตัวเข้าประจันหน้ากับเธอแทน แล้วก้มลงฝากคำทักทายอรุณสวัสดิ์ที่แก้มปลั่งของร่างเปลือยเปล่าที่มีแค่ผ้าห่มผืนบางปิดบังอยู่
"ข้าถามว่า ถ้าให้เจ้าเลือกระหว่างเป็นของมีค่ากับของสำคัญ เจ้าจะเลือกอะไร?" ชายหนุ่มกล่าวย้ำพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนที่ให้เธอเป็นปกติ
หญิงสาวไม่ได้ตอบทันที เธอทำท่าขบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วย้อนเขากลับไปว่า
"ของ..? ของเจ้าเหรอ?"
สีหน้าเขาเปลี่ยนทันทีที่เธอถามกลับ
"ก็ของข้าน่ะสิ รึเจ้าอยากเป็นของใคร?!"
"รู้แล้วน่า... แค่ถามเล่นๆเอง" เธอหลิ่วตาให้เขาด้วยท่าทีง้องอน
ชายหนุ่มเหยียดริมฝีปากขึ้นยิ้มอีกครั้ง พลางยกหลังมือขึ้นทาบลงบนแก้มเนียนของเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะหันไปเล่นปอยผมสีทองเป็นประกายซึ่งราวกับถูกถักทอขึ้นจากแสงของดวงตะวันที่เพิ่งโผล่พ้นเส้นขอบฟ้า
"ว่าไงล่ะ?" รอบที่สาม...
หญิงสาวยังคงไม่ให้คำตอบ เธอยกมือขึ้นมาไล้กรามของเขาบ้าง
"แล้วเจ้าจะอยากรู้ไปทำไม?"
"เอาเถอะน่า.. บอกข้ามาสิ" เขาผละออกจากปอยผมของเธอแล้วลดมือลงวางแนบตรงส่วนฐานของก้อนเนื้อมนกลมที่ให้สัมผัสเหมือนขนมมาร์ชเมลโล พร้อมกดน้ำหนักไปยังปลายนิ้วมือทั้งห้า
"มะ .. ไม่บอก!!!"
หญิงสาวผลักร่างที่ขนาบอยู่บนตัวเธอออก แล้วลุกขึ้นจากฟุตงทันที วิ่งหนีไปยังมุมห้อง หันกลับมาอีกด้วยท่าทางแลบลิ้นปลิ้นตาให้กับชายหนุ่มที่เธอแอบดอดเข้าห้องเขามาเองแท้ๆ
"ลุกได้แล้ว! เจ้ามีประชุมเช้านี้ไม่ใช่เรอะ?"
"ว้า~ ไม่เอาน่า... อยู่ต่ออีกนิดมะได้เหรอ~?" ชายหนุ่มตีสีหน้าผิดหวังอย่างแรง
"ไม่ได้! เจ้าเพิ่งจะเข้าหน่วย 5 มาได้เองนะ คิดจะเข้างานสายตั้งแต่วันแรกเลยรึไง?"
หญิงสาวหยิบยูคะตะขึ้นสวมแล้วเดินไปยังประตูห้อง ทิ้งให้หนุ่มผมเงินชายตาละห้อยมองเธอจากไป
"...................นี่... แล้วเจ้าจะตอบข้าได้เมื่อไหร่ล่ะ................?"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่ว่าเจ้าอยากให้ข้าเป็นอะไร ข้าขอแค่... ไม่ใช่ลูกแมวไร้ค่าสำหรับเจ้าก็พอ.. งิน..
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
The Ending Part [VI]
"ไม่เอาน่า.........ไม่สนุกเลยนะ"
ใบหน้าที่เคยถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา กลับบิดเบี้ยวผิดรูปไปจากเดิมเพียงแค่ได้เห็นร่างของหญิงสาวร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นปิศาจตนเดียวกันกับที่เคยหัวเราะร่าในขณะที่บั่นคอเหยื่อของมันอย่างโหดเหี้ยม
ก็นี่... ไม่ใช่เหยื่อทั่วๆ ไปนี่นา แต่เป็นเหยื่อชั้นพิเศษที่มันไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว
เจ้าปิศาจค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ร่างที่นิ่งสนิทนั่นอย่างช้าๆ.....
โกหกน่า! มันแทบจะกระโจนใส่ร่างเธอด้วยซ้ำ มือสองข้างของมันลนลานไปหมด เหมือนกับว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาไปวางไว้ที่ไหนดี ทั้งหน้าผาก.. ขมับ.. ริมฝีปาก.. ข้างใบหู.. เปลือกตาของมัน.. ก่อนที่จะค่อยๆ สอดข้างหนึ่งเข้าที่หลังต้นคอของเธอ แล้วเสือกแขนเข้าไปรับช่วงไหล่บอบบางอันไร้แรงต้านทานใดๆ ขึ้นมาจนใบหน้าซีดขาวแนบชิดติดใบหน้าของมัน
ดวงตาสีเทาทั้งคู่แห้งผากจากการที่เบิกค้างไว้ ลมหายใจหอบหนักหน่วงแต่ไม่มั่นคงเป็นจังหวะ ผิวกายชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อทั้งๆ ที่ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว กับหัวใจที่เหมือนไม่เคยมีมาก่อนกลับเต้นแรงเสียจนแทบระเบิดออกมาจากอก
เจ้าปิศาจกำลังจะตายงั้นหรือ?....... แม้คำตอบคือไม่ใช่.. แต่ก็ใกล้เคียงนัก
มัน.. กำลังจะขาดใจตาย.....
นิ้วมือซูบผอม
เหมือนหนังหุ้มกระดูกสั่นเทาในขณะที่ค่อยๆ ปาดรอยแดงเปรอะเปื้อนออกจากใบหน้างดงามนั้น และหากเธอยังสามารถรู้สึกได้ เธอคงรับรู้ได้ถึงหยดน้ำเม็ดเล็กๆ ที่กำลังเพิ่มจำนวนทิ้งน้ำหนักลงมายังใบหน้าของเธอราวกับน้ำตก
ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเจ้าจิ้งจอก ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอะไรจะพูด แต่มันมีมากเสียจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน และที่สำคัญ คนที่มันอยากให้รับฟังคงไม่สามารถได้ยินอีกแล้ว มีเพียงแค่ชื่อของเจ้าของร่างเท่านั้นที่สะท้อนก้องอยู่ในหัวของมัน ซ้ำไป.. ซ้ำมา..
รันงิคุ... รันงิคุ... รันงิคุ...
กลไกของเวลาหยุดลงอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ มันไม่มีทางเดินต่อได้อีก เวลา.. ของจิ้งจอกผู้หิวโหย จิ้งจอกแสนเจ้าเล่ห์ ได้หยุดลงโดยสิ้นเชิง ทุกสิ่งทุกอย่างของมันที่เหลืออยู่ไม่มีความหมายใดๆ อีกต่อไป ก็ในเมื่อ..เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของมันได้หนีห่างออกไปในที่ที่เอื้อมไม่ถึงเสียแล้ว....
เธอ... ตายแล้ว......
เจ้าปิศาจกอดร่างไร้ชีวิตในอ้อมแขนอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานทีเดียว จนกระทั่งไม่เหลือหยดน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีก
มันนิ่งไปอีกพักหนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นอุ้มร่างของยมทูตสาวตรงหน้าขึ้นมาวางไว้บนที่ที่เธอเคยนอนอยู่
มือที่สั่นเทาเมื่อครู่เริ่มหยุดนิ่งแต่ก็เริ่มเย็นเฉียบด้วยเช่นกันนั้นได้ถูกยกขึ้นมาปัดคราบฝุ่นที่ติดอยู่บนชุดของเธอออกอย่างเบามือที่สุด เหลือไว้แต่รอยบาดแผลที่ไม่มีทางลบได้ มันปฏิเสธภาพตรงหน้า หันไปคว้ามือที่เย็นเยียบกว่าของตนขึ้นแนบริมฝีปาก และสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้งก่อนจะปล่อยมือนั้น แล้วลุกขึ้นยืน
มันยังคงไม่ไปไหน ไม่สิ... มันไม่มีที่จะไปแล้วต่างหาก....
ราวกับว่าร่างไร้ชีวิตนั้นยังคงรออะไรบางอย่าง ร่างกายของเธอยังไม่ดับสลายกลายเป็นอณูวิญญาณ ....ในที่สุด เจ้าปิศาจก็รู้แล้วว่าจะต้องพูดอะไร....
"กลับมาแล้ว.. รันงิคุจัง"
กลับมาแล้วเหรอ... งิน?
เขาหลับตาลงนึกภาพเด็กผู้หญิงกำลังลุกขึ้นจากที่นอน เขาเดินเข้าไปหาเธอ แล้วก้าวขาขึ้นวางบนพื้นยกระดับพร้อมโยนตัวลงไปนอนข้างๆ กายเธอ
"อืม.. กลับมาแล้ว..."
เด็กชายผมเงินดึงมือเธอให้นอนลงอีกครั้ง แล้วพลิกตัวหันหน้าเข้าหาเธอ เขาลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มต้อนรับการกลับมาของเขาอย่างเปิดเผย เด็กชายยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน เขาใช้มืออีกข้างกรอบหน้าเธอไว้ แล้วค่อยๆ ไล้กลับไปด้านหลังเพื่อเสยผมที่ระแก้มชมพูของเธอออกไป เด็กหญิงเอ่ยถามเขาว่า
ออกไปตั้งหลายวัน ไปเจออะไรมาบ้างล่ะ?
เด็กชายมองหน้าเธอ แล้วยิ้มให้พร้อมคำตอบ
"ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย.. ข้าว่า อยู่กับเจ้าสนุกที่สุดแล้วล่ะ"
เด็กหญิงยิ้ม แต่ไม่ได้พูดต่อ เธอเลื่อนเปลือกตาลงปิดแล้วผลอยหลับไป เหลือไว้แต่ชายหนุ่มผมเงินที่กำลังมองดูร่างของเธอเริ่มเปล่งแสง และค่อยๆ แตกออกเป็นละอองเล็กๆ สีขาวลอยละล่องไปทั่ว ชายหนุ่มยิ้มด้วยความปีติเป็นที่สุด เขารู้ว่าอีกเดี๋ยวชายผมน้ำตาลจะต้องกลับมาที่นี่อีกอย่างแน่นอน เขาเอื้อมแขนขึ้นไปยังกลุ่มละอองที่หมุนวนอยู่รอบๆ ตัว หลับตาลง แล้วเอื้อนเอ่ยขึ้นว่า...
"รอก่อนนะ ต่อจากนี้..ข้าจะอยู่กับเจ้าตลอดไป..... รันงิคุ... "
Angels have no thought
of ever returning you,
would they be angry
if I thought of joining you?
Gloomy Sunday.....